เคล็ด(ไม่)ลับ รีดผ้าให้เรียบด้วยวิธีง่ายๆ แบบไม่เปลืองเวลา

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วใช่ไหมค่ะ ว่าการที่จะรีดผ้านั้นให้เรียบง่ายนั้นมิใช่เรื่องที่ง่ายๆ เลยสำหรับคุณแม่บ้านบางท่าน  เพราะจากปัจจัยหลายต่อหลายอย่างที่เราต้องเจอ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเนื้อผ้า เรื่องของอุณหภูมิของเตารีดเอง หรือจะเป็นความที่ไม่ชอบรีดผ้าอยู่แล้วมาแต่ไหรแต่ไร  จึงสังเกตุเห็นว่าในยุคปัจจุบันนี้ธุรกิจซัก-รีด ถึงได้เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วในสมัยปัจจุบันนี้  และด้วยเหตุผลที่ว่ามานี้เองเราจึงขอนำทริปและคำแนะนำดีๆ มาให้คุณแม่บ้านหลายๆ ท่านตามนี้ค่ะ

10

1.ดูที่เนื้อผ้าก่อน

ว่าตรงป้ายที่คอเสื้อหรือกางเกงที่เราซื้อมานั้นเราให้ใช้ไฟในการรีดแบบไหน หรือเป็นเนื้อผ้าอะไร ถึงแม้ว่านี้จะไม่ใช่เรื่องสำคัญมากสำหรับบางคน  แต่หากเราลองสังเกตุดูดีๆ เจ้าป้ายฉลากสิ่งนี้ช่วยเราเรื่องในการรีดผ้าได้ดีที่เดียวค่ะ

2.ควรที่จะปรับอุณหภูมิของเตารีด

ในการใช้รีดผ้าแต่ละครั้งแต่ละชิ้นให้เหมาะสมกับชนิดของผ้าที่เรารีด เพราะนี่ถือว่านั้นเป็นสิ่งสำคัญในลำดับต้นๆที่ขะช่วยให้การรีดผ้านั้นออกมาเรียบง่ายและประหยัดไฟอีกด้วยค่ะ สำหรับการตั้งอุณหภูมิของเตารีดนั้น เราควรที่จะตั้งให้มันอยู่ที่ระดับปานกลางไว้ก่อนนะคะ อาทิเช่น ผ้าไหม ผ้าไนลอน หรือ ผ้าขนสัตว์  สำหรับผ้าที่ค่อนข้างหนานั้น อย่างเช่น ผ้ายีนส์ หรือผ้าลินิน เราควรที่จะควรใช้อุณหภูมิที่สูงขึ้นกว่าปากกลางเล็กน้อย

3.ควรที่จะแยกประเภทของเสื้อผ้า

ก่อนที่เราจะนำมารีดให้เรียบร้อยเพื่อความรวดเร็วไม่เปลืองไฟ และการรีดผ้านั้นขอแนะนำให้รีดจากผ้าเนื้อหนา ผ้าเนื้อบาง จนไปถึงผ้าเนื้อละเอียด เพราะจะทำให้การรีดผ้านั้นง่ายขึ้นแบบเห็นได้ชัด และไม่ต้องปรับอุณหภูมิเตารีดไปมา แต่อย่าลืมให้ความสำคัญในเรื่องการปรับอุณหภูมิให้พอเหมาะเนื้อผ้าในแต่ละชนิด

4.ควรใช้เตารีดไปน้ำในการรีดผ้า

เพราะจะทำให้ผ้าของเรานั้นรีดง่ายขึ้นค่ะ เพราะความชื้นที่เตารีดไปน้ำนั้นพ่นออกมาจะทำให้ผ้านั้นไม่แข็งกระด้างจนเกินไปค่ะ ส่วนบ้านไหนที่ไม่มีเตารีดไอน้ำก็ไม่ต้องสิ้นเปลืองนะคะ เพียงแค่หากระบอกฉีคน้ำนำมาใส่น้ำยารีดผ้าเรียบแล้วฉีคพรมเวลารีดก็ถือว่าใช้ได้ผลเหมือนกันค่ะ

5.กรณีเป็นผ้าสีเข้ม

เวลารีดควรกลับเอาด้านในออกมารีดนะคะ มิฉะนั้นเวลารีดมันจะทำให้เกิดเงาบริเวณตะเข็บผ้า

และทั้ง 5 ข้อที่นำมาเสนอนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเกร็ดความรู้เล็กๆ ที่พอจะช่วยให้คุณแม่บ้านหลายๆ ท่านนำไปใช้ในชีวิตประจำวันกันดูนะคะ (แต่หากคุณพ่อบ้านจะนำไปใช้ก็ไม่ว่ากันนะคะ)

ไอเดียสุดสร้างสรรค์ กับขั้นตอนการทำลวดลายบนผ้าเช็ดหน้าแบบ DIY

นี่ก็ใกล้เทศกาลสำคัญในช่วงสิ้นปีแล้วนะคะ มันน่าจะดีไม่ใช่น้อยหากว่าเราสามารถหาทำของขวัญให้คนพิเศษด้วยใจและจัดทำขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรงตัวเราเอง หรือที่เรียกว่างานฝีมือนั่นแหละค่ะ  วันนี้เรามีข้อมูลดีๆและวิธีดีๆนำมาเสนอสาวๆอย่างเรากันนะคะ เรามาเริ่มกันเลยค่ะ

1

เริ่มจากการหาอุปกรณ์

1.ผ้าเช็ดหน้าสีขาวหรือสีพื้นๆ แบบเรียบๆ (เพราะจะเน้นให้ลายปักเราดูเด่นขึ้น)

2.เศษผ้าสวยๆ ลายดอกไม้หรือลายการ์ตูนก็ได้ แล้วแต่ความชอบ

3.กรรไกรขนาดกลางๆ

4.เข็มหมุดปักผ้า

ต่อไปเรามาเริ่มวิธีทำกันเลยนะคะ

  • นำผ้าเช็ดหน้าสีขาวหรือสีพื้นที่เราเตรียมไว้ ตกแต่งลวดลายที่ขอบผ้าเช็ดผ้าของเราอาจจะเป็นลวดลายสีแดงหรือสีอื่นๆที่โดนเด่นและต้องไม่เหมือนกับสีเดียวกันกับผ้าเช็ดหน้า หรือจะทำลวดลายซิกแซกที่ไม่ซับซ้อนมาก หรือลวดลายอื่นๆที่ชื่นชอบและคิดว่าจะลงไปในผ้าเช็ดหน้าแสนสวยของเราผืนนี้
  • กางผ้าเช็ดหน้าออก แล้ววาดลายดอกไม้แสนสวยที่เราชอบ โดยวาดลวยลายลงบนกระดาษ(ที่ใช้ทำงานผ้า) จากนั้นนำมาทาบลงบนผ้าลายดอกหรือผ้าลายการ์ตูนที่มีสีสันสวยงาม และใช้กรรไกรขนาดกลางที่เตรียมไว้นำมาตามลายที่เราทาบไว้ให้สวยงาม  และเมื่อได้ผ้าที่ตัดเรียบร้อยแล้วนั้นก็ให้นำไปลงบนผ้าเช็ดหน้าที่เราเตรียมไว้แต่แรก และใช้หมุดปักผ้าให้เรียบร้อยและติดบนผ้าลายนั่นอีกที+
  • เย็บด้วยเข็มเย็บผ้าขนาดเล็กตามรอยที่หมุดปักไว้ หรือหากบ้านใครมีจักรเย็บผ้างานประดิษฐ์ประดอยขนาดเล็กก็สามารถนำมาใช้กับงานนี้ได้นะคะ แต่สำหรับบ้านไหนหรือคนไหนที่ไม่มีจักร์ในลักษณะนี้ ก็สามารถใช้จักรเย็บผ้าโหลธรรมดาเย็บได้เช่นกันค่ะ  แต่ถ้าบ้านเราไม่มีจกรเย็บผ้าสักเครื่องแล้วล่ะก็  มิต้องกังวลเกินกว่าเหตุค่ะ เย็บด้วยมือไปเลยก็สวยได้มิแพ้กันค่ะ
  • หลังจากนั้นเราก็สามารถออกแบบตกแต่งลายผ้าที่จะนำมาติดผ้าเช็ดหน้าของเรานั้นได้ตามจินตนาการของสาวๆแต่ละคนได้เลยค่ะ

เป็นไงกันบ้างค่ะ ได้งานฝีมือแบบที่กายทำและใจชอบกันไปเรียบร้อยแล้วใช่ไหมค่ะ สิ่งที่ได้นั้นนอกจากเราจะได้ความภูมิใจแล้ว เรายังได้สิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย  หรือจะจัดทำไว้ให้คนพิเศษในวันสำคัญก็ดูดีไม่แพ้กันเลยนะคะ แถมสุขใจทั้งผู้ให้และดีใจทั้งผู้รับอีกด้วย หรือหากใครที่สามารถทำออกมาแล้วสวยงามพอขายได้แล้วล่ะก็ จะนำไปเป็นอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้กับตัวเองอีกทางหนึ่งก็ได้เลยนะคะ  เพียงแค่นี้ก็สามารถสร้างรอยยิ้มสร้างความภูมิใจและบางทีอาจจะเป็นหนทางการสร้างรายได้อีกด้วยค่ะ

 

ผ้าห่มนาโนลายการ์ตูนส์ดิสนีส์

4

ผ้าห่มนาโนหรือผ้าเอนกประสงค์ ซึ่งผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ขนาดนาโน อันเป็นสาเหตุให้ผ้าห่มนาโน หรือผ้านาโนที่ได้มีลักษณะที่เรียบเนียนที่มีผิวเนียนเรียบและละเอียด สามารถดูดซับน้ำไว้ได้ดีกว่าผ้าธรรมดาทั่วไปถึงเจ็ดเท่า เมื่อผ้าห่มนาโนเปียกแล้วผ้าห่มนาโนสามารถแห้งเร็วได้กว่าปกติ ไม่เกิดเชื้อราและกลิ่นอับชื้น ที่สำคัญผ้าห่มนาโนไม่มีการเกิดขนขึ้นแน่นอน ผ้าห่มนาโนจึงมีคุณภาพดีตลอดการใช้งานและยังดูใหม่เสมอแม้ใช้งานมานานแล้วก็ตาม

ผ้าห่มนาโนนนั้นสามารถใช้ได้กับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ หรือมีโรคประจำตัวที่เป็นภูมิแพ้หรือโรคทางระบบหายใจ อันเนื่องมาจากไม่มีการเก็บฝุ่นไว้ในผ้าห่มนาโนเลย แถมยังไม่มีการหลุดเป็นขุยเมื่อใช้เป็นเวลานานนานไป นอกจากนี้ผ้าห่มนาโนนั้นยังมีลักษณะผ้าที่เรียบเนียนและมีความยุ่ยลื่นต่อสัมผัสของร่างกายมากมาก แล้วเวลาที่เราห่มผ้าห่มนาโนนั้นยังทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่น อุ่นสบายเทียบเท่ากับผ้าห่มอื่นอื่นในขนาดที่บางกวาแถมราคาถูกกว่าอีกด้วย

ซื้อผ้าห่มนาโนได้ที่ไหนและราคาเท่าไหร่

ผ้าห่มนาโนสวยสวยที่มีขายตามท้องตลาดหรือตามตลาดนัด สถานที่ต่างต่างนั้น ราคาประมาณ สองร้อยบาทถึงสามร้อยห้าสิบบาท ลายน่ารัก แต่ใช้นานนานไปแล้วจะเป็นขุย ผ้านุ่มมากแต่ไม่ค่อยอุ่นมาก แถมยังหมดสภาพได้ง่ายๆ อีกด้วย เพราะฉะนั้นหากคุณอยากได้ผ้าห่มนาโนของแท้ที่มีคุณภาพล่ะก็ สามารถหาซื้อได้ตามตลาดโรงเกลือที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนครนายกซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับวัดหลวงพ่อปากแดง ซึ่งที่นี่จะขายผ้าห่มนาโนของแท้โดยเฉพาะ และยังมีคุณภาพอีกด้วย ซึ่งก็จะมีหลายแบบด้วยกัน คือแบบหนา ที่ตลาดนัดขาย350บาทที่นั่น ถ้าถามราคาจะบอก320บาท ต่อราคาเต็มที่จะได้280-300บาท หากยกโหลหรือหลายผืน ราคาท้ายสุดจะอยู่ที่250บาท เข้าใจว่า ไปเดินวันธรรมดา คนน้อยหน่อย จะถูกกว่า ส่วนแบบบางลงมาหน่อย ถ้าไปวันอาทิตย์ราคาจะอยู่ที่220บาท ต่อราคาได้มากสุดคือ200บาท ส่วนวันธรรมดาจะอยู่ที่150บาท ต่อผืน หรือเอาหลายหลายผืนจะได้ราคาที่140บาทต่อผืน

อ้อ…ก่อนซื้อ ให้ลองจับๆ ดูก่อนน่ะ ดูให้ดีน่ะค่ะทั้งความนุ่ม ความหนา ซึ่งแต่ล่ะรุ่นจะไม่เท่ากันและที่สำคัญอย่าลืมดูที่ความคุ้มค่าของราคาและการใช้งานด้วยล่ะ แต่หากซื้อผ้าห่มนาโนจากที่นี่ส่วนใหญ่แล้วจะมีคุณภาพดีและคุ้มค่ากับราคาแน่นอนค่ะ

ผ้าห่มนาโน..กับคุณสมบัติที่น่าลองใช้

3

ผ้าห่มนาโนหรือผ้าเอนกประสงค์ ซึ่งผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ขนาดนาโน อันเป็นสาเหตุให้ผ้าห่มนาโน หรือผ้านาโนที่ได้มีลักษณะที่เรียบเนียนที่มีผิวเนียนเรียบและละเอียด สามารถดูดซับน้ำไว้ได้ดีกว่าผ้าธรรมดาทั่วไปถึงเจ็ดเท่า เมื่อผ้าห่มนาโนเปียกแล้วผ้าห่มนาโนสามารถแห้งเร็วได้กว่าปกติ ไม่เกิดเชื้อราและกลิ่นอับชื้น ที่สำคัญผ้าห่มนาโนไม่มีการเกิดขนขึ้นแน่นอน ผ้าห่มนาโนจึงมีคุณภาพดีตลอดและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลยล่ะ

ผ้าห่มนาโนดีอย่างไร

ผ้าห่มนาโนนั้นสามารถใช้ได้กับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ หรือมีโรคประจำตัวที่เป็นภูมิแพ้หรือโรคทางระบบหายใจ อันเนื่องมาจากไม่มีการเก็บฝุ่นไว้ในผ้าห่มนาโนเลย แถมยังไม่มีการหลุดเป็นขุยเมื่อใช้เป็นเวลานานนานไปอีกด้วย นอกจากนี้ผ้าห่มนาโนจังมีความนุ่มลื่นทำความสะอาดได้ง่าย จึงทำให้คุณห่มได้อย่างสบายและอบอุ่นมากเลยล่ะ

นอกจากนี้ผ้าห่มนาโนนั้นยังมีลักษณะผ้าที่เรียบเนียนและมีความยุ่ยลื่นต่อสัมผัสของร่างกายมากมาก แล้วเวลาที่เราห่มผ้าห่มนาโนนั้นยังทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่น อุ่นสบายเทียบเท่ากับผ้าห่มอื่นอื่นในขนาดที่บางกวาแถมราคาถูกกว่าอีกด้วย ผ้าห่มนาโนมั้นเหมาะมากสำหรับห้องที่มีเครื่องปรับอากาศหรือผู้ที่หนาวง่าย หรือที่เราเรียกว่า ขี้หนาวนั่นเอง สามารถใช้งานได้หลากหลายเพราะผ้าห่มนาโนมีหลากหลายประเภท หลากหลายชนิด หลากหลายขนาด สามรถใช้ห่มนอนในห้องนอนหรือตามสถานที่ต่างต่างได้ อย่างเช่นสามารถเอาไว้ห่มในรถยนต์ได้เช่นกัน มีขนาดที่สามารถพกพาได้ง่าย และยังสามารถพกพาไปท่องเที่ยวได้อีกด้วย จนอาจจะเรียกได้ว่าผ้าห่มนาโนเป็นผ้าห่มอเนกประสงค์ที่สามารถพกพาไปได้ทุกทีทุกเวลาเลยล่ะ

สำหรับบุคคลที่มีอาการภูมิแพ้หรือมีปัญหาเรื่องปอดบวมนั้น หากใช้ผ้าห่มที่มีขุ่ยหรือเก็บฝุ่นก็จะยิ่งทำให้อาการรุนแรงกว่าเดิมได้ ซึ่งเมื่อเกิดโรคร้ายเหล่านี้แล้ว ทำให้มีการติดเชื้อ สุขภาพร่างกายและจิตใจไม่ดีหรือย่ำแย่ การรักษาโรคร้ายเหล่านี้รักษาได้ยากมาก โดนเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคปอดบวมมากกว่าปกติเพราะว่าภูมิคุ้มกันภายในร่างกายต่ำกว่าปกติ เพราะฉะนั้นการใช้ผ้าห่มนาโนจึงเป็นทางเลือกที่ดีมากมาก สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้แทนผ้าห่มปกติ และยังเป็นวิธีป้องกันและแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย เพราะฉะนั้นใครที่ยังใช้ผ้าห่มแบบเดิมๆ อยู่ ก็ลองเปลี่ยนมาใช้ผ้าห่มนาโนกันดูนะคะ

ผ้าขนหนูนาโน ผ้าผืนนุ่มที่คุณต้องเลือกใช้

2

ผ้าขนหนูนาโนเป็นผ้าขนหนูที่มีความนุ่มละเอียดมาก เหมาะสำหรับผิวและผมที่บอบบางของเด็ก แต่ก็สามารถใช้งานได้ดีสำหรับทุกๆวัย คุณสมบัติที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของผ้าขนหนูนาโนก็คือ สามารถซึมซับน้ำได้อย่างดีเยี่ยมและมีน้ำหนักเบา จึงสามารถพกพาได้สะดวก โดยเฉพาะในเวลาเดินทางที่ไม่ต้องการพกผ้าเช็ดตัวที่มีขนาดใหญ่ เพียงแค่มีผ้าขนหนูนาโนผืนเล็กๆก็สามารถใช้งานได้ดีไม่แพ้ผ้าผืนใหญ่ๆและไม่เปลืองพื้นที่ในการเก็บด้วย

ผ้าขนหนูนาโนที่มีวางขายตามร้านมีลวดลายที่น่ารักสดใส มีน้ำหนักเบาและแห้งเร็วมาก ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีปัญหาอับชื้นเมื่อเทียบกับผ้าธรรมดา เวลาซับน้ำมาแล้วสามารถนำไปตากโดยใช้เวลาไม่นานก็แห้งแล้ว จึงเหมาะกับการพกผ้าขนหนูนาโนไปเที่ยวทะเลหรือไปว่ายน้ำ เพราะช่วยซับน้ำได้ดี และผ้าแห้งเร็ว สามารถนำกลับมาซักต่อที่บ้านได้สะดวก ไม่เหมือนกับผ้าขนหนูผืนใหญ่หนาธรรมดา ที่แห้งช้าแถมยังอุ้มน้ำ ทำให้ไม่สะดวกในการใช้งาน

ผ้าขนหนูนาโนเป็นผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษไม่เหมือนกับผ้าขนหนูเส้นใยธรรมดาทั่วไป ดังนั้นหลายคนจึงอาจคิดว่ามีราคาแพงมาก แต่จริงๆแล้วผ้าขนหนูนาโนไม่ได้มีราคาสูงเกินไปจนเอื้อมไม่ถึง อีกทั้งการใช้งานก็สะดวกและมีความคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับผ้าขนหนูธรรมดา หลายๆคนเมื่อได้ลองใช้ผ้าขนหนูนาโนแล้วก็ติดใจจนไม่คิดที่จะกลับไปใช้ผ้าธรรมดาอีกเลย เพราะคุณสมบัติในการใช้งานที่ยอดเยี่ยม มีความคุ้มค่าสมกับราคาแน่นอน

คุณสมบัติพิเศษจากผ้าขนหนูนาโน

1

หลายคนอาจจะไม่ค่อยสนใจที่จะซื้อผ้าขนหนูมาใช้ เพราะคิดว่าที่บ้านมีผ้าเช็ดตัวอยู่แล้ว จะซื้อผ้าขนหนูมาใช้ให้ซ้ำซ้อนและเปลืองเงินโดยใช่เหตุทำไม จริงๆ แล้วผ้าขนหนูเป็นผ้าที่สามารถใช้งานได้สารพัดประโยชน์ ยิ่งถ้าเป็นผ้าขนหนูนาโนด้วยแล้วละก็ เป็นผ้าสารพัดประโยชน์ที่สามารถใช้งานได้ดีมากจริงๆ

ผ้าขนหนูนาโนเป็นผ้าขนหนูที่มีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถซึมซับน้ำได้อย่างดีเยี่ยม ดีกว่าผ้าขนหนูแบบธรรมดา อีกทั้งยังมีความนุ่มนวลมาก ขนละเอียดแน่นหนา เช็ดแล้วไม่ขนไม่หลุดหรือติดตามตัว ผ้าขนหนูนาโนมีน้ำหนักเบาจึงสามารถพกพาไปใช้ได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในชีวิตประจำวันอย่างการเช็ดหน้าหรือเช็ดผม ผ้าขนหนูนาโนสามารถซึมซับน้ำได้ดีมากทำให้ผิวและเส้นผมแห้งอย่างรวดเร็ว ใครที่เคยมีปัญหาใช้ผ้าขนหนูซับน้ำที่ผมแล้วไม่ค่อยแห้ง น้ำยังชุ่มเต็มเส้นผมทำให้เสียเวลาในการเช็ดและการสระไดร์มาก เพียงแค่ใช้ผ้าขนหนูนาโนซับผมที่เปียก ด้วยคุณสมบัติเส้นใยพิเศษของผ้าขนหนูนาโนจะช่วยซับน้ำที่ผมออกได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้คุณสามารถหวีและเป่าผมให้แห้งได้รวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาเช็ดผมมากเหมือนเดิมอีกแล้ว

ผ้าขนหนูนาโนมีเส้นใยที่ละเอียดอ่อนนุ่ม จึงสามารถใช้กับผิวของเด็กเล็กและผิวหน้าที่บอบบางได้อย่างสบายใจ เพราะความอ่อนนุ่มของผ้าขนหนูนาโนจะไม่ทำให้ผิวที่อ่อนบางต้องระคายเคือง ดังนั้นหากต้องการหาผ้าสารพัดประโยชน์ที่สามารถใช้งานได้ดี ซึมซับน้ำได้อย่างยอดเยี่ยม เนื้อผ้านุ่มเบาสบายผิว ลองมองหาผ้าขนหนูนาโนมาใช้งานสักผืนแล้วคุณจะไม่ผิดหวังค่ะ

ผ้าขนหนู ผืนนี้สิ โดนใจสุดๆ

3-1

ฉันเป็นคนที่ชอบเปลี่ยนผ้าขนหนูบ่อยๆ จนอาจจะเรียกได้ว่าใช้ผ้าขนหนูเปลืองมากทีเดียว ไม่ใช่อะไรหรอกนะ แต่เป็นเพราะฉันยังไม่เจอผ้าขนหนูที่ถูกใจสักทีนั่นเอง เพราะผ้าขนหนูบางยี่ห้อเมื่อใช้ไปได้สักพักหนึ่งก็จะเป็นขุยได้ง่าย แถมยังซับน้ำไม่ดีอีกด้วย อย่างนี้จะไม่ให้เปลี่ยนใหม่ได้ยังไงล่ะคะ จริงไหม สาวๆ คงจะรู้กันดี เพราะผู้หญิงเรานั้นชอบอะไรที่ละเอียดอ่อนมากๆ ถ้าไม่ได้เรื่องแล้วก็อย่าหวังว่าจะเอามาใช้อีกเลย

แต่แล้ววันหนึ่งฉันก็เจอผ้าขนหนูที่ถูกใจจนได้ ซึ่งก็คือผ้าขนหนูนาดนนั่นเอง เพื่อนๆ อยากรู้ไหมเอ่ยว่าเจอมันได้อย่างไร ก็วันนั้นเป็นวันที่ฉันไปนอนค้างคืนบ้านเพื่อนน่ะสิ และบังเอิญที่ฉันไม่ได้เอาผ้าขนหนูไปด้วย ก็เลยขอของเพื่อนใช้ไปพลางๆ ก่อน แต่เอ๊ะเพียงแค่ได้สัมผัสทีแรก ฉันก็รู้ได้เลยว่าใช่เลยนี่ล่ะผ้าขนหนูที่ฉันต้องการ ก็มันทั้งนุ่มห่มสบาย แถมยังซับน้ำดีอีกด้วย เช็ดตัวแค่แปปเดียวก็แห้งและ นอกจากนี้ที่ฉันถูกใจมากที่สุดก็คือผ้าขนหนูผืนนี้ไม่ขึ้นขนเหมือนผ้าขนหนูผืนอื่นๆ ที่ฉันเคยใช้นั่นเอง ไม่ว่าจะใช้กี่ครั้งใช้นานแค่ไหน ก็ยังนุ่งห่มสบายเสมอเลยล่ะ ด้วยความที่ถูกใจฉันเลยถามเพื่อนว่านี่คือผ้าขนหนูยี่ห้ออะไร เพื่อนก็บอกว่าเขาเรียกผ้าขนหนูนาโน ราคาแพงไปหน่อยแต่ก็คุณภาพโอเคเลยล่ะ

เพื่อนคนไหนที่กำลังมองหาผ้าขนหนูที่โดนใจสุดๆ อยู่เหมือนกัน ลองเลือกใช้ผ้าขนหนูนาโนดูสิคะ แล้วเพื่อนๆ จะรู้สึกถูกใจเหมือนกับฉันเลยล่ะ ถึงราคาอาจจะแพงไปหน่อยแต่ฉันว่ามันก็คุ้มค่ามากเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของผ้านาโนที่มีความนุ่มสบาย ซึมซึบน้ำได้ดีหรือคุณสมบัติอื่นๆ แต่ก็บอกเลยว่าผ้าขนหนูนาโนนี่ล่ะดีกว่าผ้าขนหนูยี่ห้ออื่นๆ แน่นอนค่ะ

และนี่ล่ะคือผ้าขนหนูที่โดนใจที่สุดสำหรับฉัน ซึ่ง ณ วันนี้ฉันก็ยังคงใช้มันอยู่และนอกจากผ้าขนหนูนาโนแล้วฉันก็สรรหาทุกอย่างที่เป็นสินค้านาโน ไม่ว่าจะเป็นผ้าห่มนาโน ผ้าเช็ดตัวนาโนหรือแม้แต่ถุงใส่ของก็ยังเลือกถุงผ้านาโนเลยล่ะ คิดซะว่านอกจากจะได้ผ้าที่มีความนุ่มสบายเต็มไปด้วยคุณภาพแล้ว ก็ยังได้ช่วยลดโลกร้อนอีกด้วย ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากเลยล่ะ จริงไหมคะ สาวๆ คนไหนที่เบื่อกับการใช้ผ้าขนหนูแบบเดิมๆ ที่มักจะมีปัญหาขึ้นขนหรือแห้งช้าอับชื้นอยู่บ่อยๆ ลองเปลี่ยนผ้าขนหนูของคุณมาใช้แบบที่มีคุณภาพมากกว่าดูสิคะ อย่างผ้าขนหนูนาโน รับรองว่าโดนใจแน่นอน

ผ้าขนหนู ซักแบบนี้สิ นุ่มตลอดการใช้งานแน่นอน

เคยไหม เมื่อซักผ้าขนหนูบ่อยๆ ก็มักจะทำให้ผ้าแข็งกระด้างจนไม่น่าใช้ แถมยังทำให้ผ้าขนหนูค่อยๆ หมดสภาพอย่างรวดเร็วจนต้องทิ้งไปในที่สุด แต่วันนี้คุณไม่ต้องกังวลกับปัญหาเหล่านี้อีกแล้วค่ะ เพราะเรามีวิธีซักผ้าขนหนูที่จะทำให้ผ้าขนหนูของคุณนุ่มสบายและใช้งานได้อย่างยาวนานมาฝากกันค่ะ

2-1

เกลือป้องกันผ้าแห้ง

ไม่อยากให้ผ้าขนหนูแห้งจนแข็งกระด้าง ลองใช้เกลือป้ายบนผ้าขนหนูหลังจากซักเสร็จดูสิคะจะช่วยป้องกันไม่ให้เนื้อผ้าแข็งได้ดีเลยล่ะ เพราะเกลือมีคุณสมบัติในการกักเก็บความชื้นได้ดี จึงช่วยป้องกันไม่ให้ผ้าขนหนูแข็งกระด้างได้นั่นเอง แต่วิธีนี้ก็มีข้อเสียอยู่นิดหน่อยคืออาจจะทำให้ผ้าขนหนูติดความเค็มของเกลือมาได้นั่นเอง

น้ำส้มสายชู ช่วยผ้าอ่อนนุ่ม

น้ำส้มสายชูจะทำให้ผ้าขนหนูมีความอ่อนนุ่มได้ดี และยังทำความสะอาดได้อย่างหมดจดอีกด้วย โดยให้นำน้ำส้มสายชูมาผสมกับน้ำยาซักฟอก ซักตามปกติ เสร็จแล้วดับกลิ่นน้ำส้มสายชูด้วยน้ำยาปรับผ้านุ่ม แค่นี้ผ้าขนหนูของคุณก็จะอ่อนนุ่ม ใส่สบายเหมือนกับตอนซื้อมาใหม่ๆ แล้วล่ะ ส่วนใครที่ผ้าขนหนูแข็งกระด้างจนยากเกินเยียวยาแล้ว ลองใช้วิธีนี้ดูนะคะ อาจจะทำให้ผ้าขนหนูของคุณกลับมาอ่อนนุ่มเหมือนเดิมก็ได้นะเออ

2-2

อย่าตากแดดจัดเกินไป

การตากผ้าขนหนูไม่ควรตากที่ที่มีแดดจัดจนเกินไป เพราะความร้อนของแดดจะทำให้ผ้าขนหนูแห้งเกินไปได้นั่นเอง อีกทั้งยังเป็นสาเหตุให้ผ้าขนหนูเสื่อมสภาพเร็วขึ้นอีกด้วย ดังนั้นจึงควรตากผ้าขนหนูในที่ที่มีแดดอ่อนๆ ก็พอคะ และที่สำคัญควรเก้บผ้าขนหนูเข้าไว้ในที่ร่มตั้งแต่ยังไม่แห้งสนิท เพื่อให้ผ้าขนหนูยังคงความชื้นอยู่เสมอนั่นเอง

เทคนิคซักผ้าขนหนูอย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อให้การซักผ้าขนหนูมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเพื่อให้ผ้าขนหนูมีความนุ่มสบายตลอดการใช้งาน แนะนำให้ใส่เกลือและน้ำส้มสายชูลงไปด้วย เพราะจะช่วยซักผ้าได้อย่างสะอาดหมดจด อีกทั้งยังทำให้ผ้าขนหนูมีความอ่อนนุ่มมากกว่าเดิม และคงความอ่อนนุ่มได้ตลอดการใช้งานเลยล่ะ อย่าลืมใช้วิธีนี้กันนะคะ

ผ้าขนหนูแข็งกระด้าง แห้งจนไม่สามารถนำมาใช้งานได้อีก นั่นเป็นเพราะคุณใช้ผ้าขนหนูอย่างผิดวิธีหรือเปล่า เพราะฉะนั้นเรามาใช้และซักผ้าขนหนูให้ถูกวิธีกันเถอะค่ะ นอกจากนี้คุณควรนำผ้าขนหนูมาซักทุกสัปดาห์ เพื่อให้ผ้าขนหนูสะอาดอยู่เสมอและเพื่อเพิ่มความนุ่มให้กับผ้าขนหนูมากขึ้น แค่นี้ก็จะทำให้ผ้าขนหนูผืนรักของคุณมีความอ่อนนุ่มและสามารถอยู่กับคุณไปได้อีกยาวนานเลยล่ะ ลองนำวีการซักผ้าขนหนูเหล่านี้ไปทำกันดูนะคะ รับรองได้ผลแน่นอน

ประเภทของผ้าขนหนู

รู้หรือไม่ว่าผ้าขนหนูที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนั้น มีหลายประเภทด้วยกัน ซึ่งหลายคนมักจะไม่ได้สนใจในเรื่องนี้ แต่มักจะใช้ผ้าขนหนูผืนเดียวทุกการใช้งานเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเช็ดหน้า เช็ดตัวหรือใช้ห่มอาบน้ำ ซึ่งก็มักจะทำให้เกิดปัญหาสิวหรือปัญหาผิวอื่นๆ ตามมาด้วยเสมอ เพราะฉะนั้นเรามาใช้ผ้าขนหนูให้ตรงกับการใช้งานกันดีกว่าค่ะ ว่าผ้าขนหนูจะมีกี่ประเภทนั้น ไปดูกันค่ะ

1-1

ผ้าขนหนูสำหรับอาบน้ำ

ผ้าขนหนูสำหรับใส่อาบน้ำนั้น จะมีไว้เพื่อใส่อาบน้ำโดยเฉพาะ โดยจะมีคุณสมบัติในการซึมซับน้ำได้ดี เนื้อผ้านุ่มสบายและแห้งง่ายอีกด้วย เนื่องจากต้องใช้ใส่อาบน้ำบ่อยเป็นประจำทุกวัน จึงถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานและแห้งง่ายนั่นเอง โดยผ้าขนหนูที่ใช้ใส่สำหรับอาบน้ำนั้นจะมีขนาด 27 x 54 ซึ่งเป็นขนาดพอเหมาะพอดีกับรูปร่างของคนไทยเราเลยล่ะ

ผ้าขนหนูเช็ดหน้า

ผ้าขนหนูเช็ดหน้าจะมีขนาดเล็ก เหมาะกับการเช็ดหน้าพอดี ซึ่งจะมีความนุ่ม ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวและยังซับน้ำได้ดีอีกด้วย

ผ้าห่มขนหนู

ผ้าห่มขนหนูเป็นผ้าที่ใช้สำหรับการห่มเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย โดยจะมีความบางกว่าผ้านวมมากทีเดียว แต่ก็ช่วยลดความหนาวเย็นได้ในระดับดีเลยล่ะ ซึ่งก็เหมาะกับเมืองไทยของเราที่มีอากาศร้อนจัดอยู่แล้ว โดยผ้าห่มขนหนูแบบนี้จะมีความนุ่ม แต่ผิวสัมผัสของผ้าจะเป็นขน โดยขนาดของผ้าส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 60 x 80 นั่นเองค่ะ

1-2

ผ้าเช็ดเท้าขนหนู

ผ้าเช็ดเท้าขนหนู หลายคนคงจะเคยรู้จักและเห็นกันมาบ้างใช่ไหมคะ โดยเฉพาะที่โรงแรมหรือรีสอร์ทต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ผ้าเช็ดเท้าขนหนู โดยจะสังเกตุได้ว่าผ้าจะมีลักษณะเป็นขนขึ้นมานั่นเองค่ะ โดยผ้าเช็ดเท้าขนหนูนั้นจะสามารถเช็ดเท้าได้สะอาดกว่าผ้าเช็ดเท้าแบบอื่นๆ เพราะเนื้อผ้าสามารถจับฝุ่นและสิ่งสกปรกที่เท้าได้ดี ซึ่งขนาดของผ้าเช็ดเท้าขนหนูส่วนใหญ่ คือ 17 x 28 นั่นเองค่ะ

ผ้าขนหนูมีหลายประเภทด้วยกัน ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีประโยชน์ต่อการใช้สอยที่แตกต่างกันไป อีกทั้งผ้าขนหนูยังมีความนุ่มสบาย ซับน้ำได้ดีและยังสามารถจับฝุ่นหรือสิ่งสกปรกได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย นอกจากนี้ผ้าขนหนูก็จะมีอีกหลากหลายยี่ห้อด้วยกัน ซึ่งก็จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปด้วย แต่ยี่ห้อไหนจะดีที่สุดนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนนะคะ แต่ที่กำลังฮิตที่สุดในตอนนี้ ก็คือผ้าขนหนูโตโต้และผ้าขนหนูนาโนนั่นเองค่ะ